สาระน่ารู้

bullet บทสวดมนต์
bullet วันสำคัญทางศาสนา
bullet สมาธิ
bullet ศาสนพิธี (ชาวพุทธควรรู้)
bullet สิ่งแรกในพระพุทธศาสนา

ธรรมเทศนา ออนไลน์
bullet แนวทางการปฏิบัติธรรม
bullet วิมุตติ
bullet ทางพ้นทุกข์
bullet ความสงบบ่อเกิดปัญญา
bullet การปล่อยวาง
bullet น้ำไหลนิ่ง
bullet ไม่แน่
bullet การเข้าสู่หลักธรรม
bullet ธรรมที่หยั่งรู้ยาก
bullet ต่อสู้ความกลัว
bullet กบเฒ่า นั่งเฝ้ากอบัว
bullet ทำใจให้เป็นบุญ และ ธรรมะ ธรรมชาติ
bullet สัมมาปฏิปทา
bullet สัมมาสมาธิ
bullet อยู่เพื่ออะไร และ ธรรมปฏิสันถาร
bullet ปฏิบัติกันเถิด และ สัมมาทิฐิ ที่เยือกเย็น
แบบสำรวจความคิดเห็น
คำถาม : ศีลข้อใดที่คุณคิดว่าปฏิบัติยากที่สุด
ศีลข้อใดที่คุณคิดว่าปฏิบัติยากที่สุด
ข้อ 1.ห้ามฆ่าสัตว์
ข้อ 2.ห้ามลักทรัพย์
ข้อ 3.ห้ามประพฤติผิดในกาม
ข้อ 4.ห้ามพูจเท็จ พูดไม่ดีต่าง ๆ
ข้อ 5.ห้ามเสพสุรา สิ่งเสพติดทุกชนิด
 



สุ จิ ปุ ลิ

ฟัง คิด ถาม เขียน หรือ สุ จิ ปุ ลิ อธิบายได้สองแบบๆ ดังนี้

แบบเดิมๆ

คือ ฟังเข้าสมอง คิดในสมอง เอาสัญญาในสมอง มาร่วมคิด ถามก็ตามสมองคิดยังไม่ได้ทำเลยก็มีเขียน คือจดในกระดาษกันลืม หรือจดในสมอง คือจำได้

แบบธรรมะปฏิบัติ

  • “สุ” คือ ฟัง คิด ถาม เขียน แบบกระทรวงศึกษาสอนไว้ ทั้งสี่นั้นแหละ เช่น อ่านธรรมะ อ่านตำรา ฟังบัณฑิตสอน อ่านที่จดไว้ ท่องไว้ ถามโน่น ถามนี่…ทั้งหมดเกิดขึ้นในระดับ “สมอง”
  • “จิ” คือ เมื่อมี “สุ” เป็นขันธ์ห้ากระทบเข้ามาแล้ว เราก็ใช้โยนิโสมนสิการทำให้จิตใจสงบ (ทำในใจหรือบางท่าน แปลว่า ทำใจให้แยบคายนั่นเอง) น้อมระลึกเข้าไปดูภายในใจ ใช้สติ ใช้ปัญญา…ปฎิบัติธรรมนะทำได้ทุกเสี้ยววินาที ไม่ต้องรอไปนั่งสมาธิ เกินจงกรม..ที่ตรงไหนก็น้อมระลึกดูจิตของเราได้…ที่ไหนก็ปฎิบัติได้…จิ คือ ตามดูรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ให้ทัน คิดตามว่า มันก่อตัวอย่างไร…เราเคยหลงไปตามความคิดไหม…รู้ตัวไหมว่าหลงไปตามความคิด…จิ นั้น จะว่าไปแล้ว คือ คิดได้ ระลึกได้ ก็คือมี “สติ” นั่นเอง… มีสัมปะชัญยะ ตามสติมาอย่างติดๆ ใช้แยกแยะรู้ว่าจิตเป็นกุศล/อกุศล/ไม่กุศลและไม่อกุศล…
  • “ปุ” คือ เมื่อมีปัญหา มีข้อข้องขึ้นมา หรือเมื่อรับรู่ แยกแยะได้ว่าจิตเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเป็นธรรมแบบไหน (ธรรมมีสามแบบ คือ กุศล อกุศล และอัพยากฤต) …เรา ก็จะหาทางทำให้จิตสงบ นิ่งโล่งว่าง… หาปัญญามาทำให้ข้อขัดข้องนั้น กระจ่างรู้เท่าทัน รู้ตามความเป็นจริง…ใช้การเรียนรู้ธรรมะ แบบที่เรียกกันว่า “ทุกข์ไม่มาปัญญาไม่เกิด” เอาคนรอบข้างเป็นโจทย์ฝึกจิตของเรา
  • “ลิ” คือ เมื่อฝึก จิตดูจิตไปเรื่อยๆ กำลังสติ กำลังปัญญา จะมากขึ้นเรื่อยๆ บางท่านจะร้องอ๋อ เข้าใจ แล้วอะไรที่สงสัยก็เบาไปหายไป จิตจะโล่งโปร่งสบาย…นี่แหละ เป็น “ลิ” ละ… แต่เป็นลิขิตในแบบนามธรรมเขียนไว้ที่จิตที่ใจ เขียนแบบถาวรลบไม่ได้… ขโมยไม่ได้… และสะสมเป็นสติปัญญาใช้ข้ามภพข้ามชาติได้…หมั่นฝึกสร้างสติทำความเข้าใจ แยกจิตแยกขันธ์ห้านะ

พ่อแม่ครูอาจารย์ หลวงปู่เทศน์ (วัดหินหมากแป้ง) ท่านเคยสอนไว้ในทำนองที่ว่าสติยิ่งมากยิ่งดี สมาธิมากไปก็หลง ปัสสนามากไปก็ฟุ้งซ่าน…อุปมาสติเป็นน้ำในตุ่ม เต็มเมื่อไรเอาไปแลก มรรค แลก ผล มีพระนิพพานเป็นที่ไปนะ

ที่มา : http://www.easyinsurance4u.com/buddha4u/index.htm
http://www.dhammajung.net/kratdham1-12.html

โดย : เมษา | email : | วันที่ : 2009-09-20 14:37:28

ความเห็นที่ 1

ขอบคุณครับ

โดย : 555 | email : asd_555@hotmail.com | วันที่ : 2010-07-11 11:50:08 | IP : 125.27.148.XX


ร่วมแสดงความคิดเห็น
name
email
ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@thaidhammajak.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

43/73 หมู่ที่ 8 ซอยรามอินทรา 63/1 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10230
โทร 0-2946-5171, 0-2964-5173-4 แฟกซ์ 0-2945-8887 www.thaidhammajak.com
นับคน . คอม : Realtime counter สำหรับคนไทย