พระอานนท์ : พุทธอุปัฏฐากผู้มีความจำเป็นเลิศ
พระอานนท์นั้น ก่อนจะเข้ามาเป็นเลขาฯ ของพระพุทธองค์ ตอนพระชนมายุ 50 ปี พระอานนท์ทูลขอพรเอาไว้ว่า หากพระองค์เสด็จไปที่ไหนก็ตามแล้วได้แสดงธรรม หากหม่อมฉันไม่ได้เสด็จตามไปด้วย หม่อมฉันขอพรวิเศษพระพุทธเจ้าค่ะ พระพุทธองค์ถามเธอจะขออะไร ขอให้พระองค์กลับมาแล้วได้โปรดแสดงธรรมให้หม่อมฉันฟังซ้ำอีกสักรอบ
สมัยโน้นยังไม่มีเครื่องบันทึกเสียง พระอานนท์ขอพรวิเศษมากเลยนะ เพราะฉะนั้นเวลาเราพลิกอ่านพระไตรปิฎก พระสูตรต่างๆ จะขึ้นต้นด้วยคำว่า เอวัมเม สุตัง เอกัง สะมะยัง ภควา ข้าพเจ้าได้ฟังมาแล้วอย่างนี้
ในสมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า... คำว่า ข้าพเจ้าได้ฟัง ก็คือพระอานนท์ พระอานนท์มีความทรงจำดีมาก พระพุทธองค์เทศน์เสร็จ ท่านบันทึกไว้เลยจำได้ทั้งหมด พระไตรปิฎกกว่า 80% มาจากคลังความจำของพระอานนท์ ดังนั้น พระอานนท์จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่าเป็น ภัณฑาคาริกภิกษุ แปลว่า ภิกษุผู้เป็นขุนคลังแห่งธรรมะ
บางกรณีพระอานนท์ก็ไม่ได้ไปด้วย เพราะการแสดงธรรมในบางสถานที่ ก็เป็นความเสี่ยงมีอันตรายถึงชีวิต
พระพุทธองค์จะตรัสบอกสาวกว่า พวกเธอไม่ต้องไป นี่เป็นเรื่องของฉันกับคู่กรณีเท่านั้น
เช่นครั้งหนึ่งทรงเสด็จไปโปรดองคุลิมาล พระอานนท์ไม่ได้ตามไป เพราะอาชญากรโหดโรคจิตฆ่าต่อเนื่องมา 999 ศพ ทางการต้องตั้งหน่วยเฉพาะกิจขึ้นมากำราบเขาโดยเฉพาะ
พระพุทธองค์ทรงพิจารณาดูแล้วว่า คนๆ นี้ต้องเราเองเท่านั้น
ฉะนั้น พระพุทธองค์บางครั้งก็ต้องเป็นมือวางอันดับหนึ่ง เสด็จไปโปรดองคุลิมาลด้วยพระองค์เองจนสำเร็จแล้วชวนมาบวช
เหตุการณ์ทั้งหมดซึ่งไม่มีกล้องโทรทัศน์วงจรปิดบันทึกไว้ว่า การที่ต้องไปวิ่งแข่งกับองคุลิมาล ซึ่งจ้องจะเอาดาบไล่ฟันนั้น เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมากแค่ไหน ไม่มีใครรู้ กลับมาพระองค์ก็ต้องเล่าให้พระอานนท์ฟังตามพรที่พระอานนท์ขอไว้ ซึ่งพระอานนท์ก็เป็นคนที่มีความจำดีที่สุด สมกับที่ทรงเลือกมาเป็นเลขาฯ ส่วนพระองค์
จะเห็นได้ว่า คุณสมบัติของเลขาฯ ที่ดีนั้น ความจำต้องดี ถ้าเจ้านายมีเลขาฯ ป้ำๆ เป๋อๆ โก๊ะๆ เปิ่นๆ ก็ลำบาก
อาตมานี่ขึ้นชื่อว่าใช้เลขาฯ เปลืองเหมือนกันนะ สามคนแล้ว เอาใครมาเป็นเลขาฯ ก็เกิดภาวะ Human Error เพราะฉะนั้นต้องเลือกให้ดี
พระพุทธองค์จึงทรงเลือกพระอานนท์.
ว.วชิรเมธี
|